สอบวันที่  ๑  มีนาคม  ๒๕๔๓

๑ .   บาลีไวยากรณ์  แบ่งเป็น  ๔  ภาค  มีอะไรบ้าง ?  และในภาคนั้น ๆ
       ว่าด้วยเรื่องอะไร ?
๒ .  อะไรเรียกว่าสนธิ ?  ในสนธิ  การต่อมี  ๒  อย่าง  อะไรบ้าง
       จงตอบพร้อมทั้งยกตัวอย่าง  มา ประกอบด้วย ?
๓ .  จงแจก อาจริย ( อาจารย์ )  ด้วย  อ  การันต์ในปุงลิงค์
       ซึ่งมีวิธีแจกอย่าง ปุริส ( บุรุษ ) มาดู ?
๔ .  อะไร  ชื่อว่าอาขยาต ?  ในอาขยาตนั้น  ท่านประกอบด้วยอะไรบ้าง ?
       จงเขียนวิภัตติหมวดกาลาติปัตติ  ฝ่ายปรัสบท  มาดู ?
๕ .  ข้อความว่า  " วิภัตติแห่งกิริยากิตก์นั้น  ไม่มีแผนกหนึ่งเหมือนวิภัตติอาขยาต
       ใช้วิภัตตินาม  ถ้านามศัพท์เป็นวิภัตติและวจนะอันใด  กิริยากิตก์ก็เป็นวิภัตติ
       และวจนะอันนั้นตาม  " เท่าที่ท่านอธิบายไว้อย่างนี้
       ขอให้ยกตัวอย่าง  ( ตามแบบ )  มาให้ดู  ๒  ตัวอย่าง ?
๖ .  อะไร  ชื่อว่าทวันทวสมาส  ?  ทวันทวสมาสนั้นมี  ๒  อย่าง  อะไรบ้าง
       จงตอบพร้อมทั้งยก  ตัวอย่างมาประกอบด้วย ?
๗ .  ในอัพยยตัทธิต  มีปัจจัย  ๒  ตัว  คืออะไร ?  ในปัจจัยทั้ง  ๒  ตัวนั้น
       มีวิธีใช้อย่างไร  จงยกตัวอย่างมาประกอบด้วย ?


ให้เวลา ๓ ชั่วโมง




เฉลยปัญหา  ( ข้อสอบ )  บาลีไวยากรณ์
ประจำปี  ๒๕๔๓

๑ .   บาลีไวยากรณ์แบ่งเป็น  ๔  ภาคคือ
       อักขรวิธี ๑,  วจีวิภาค ๑,  วากยสัมพันธ์ ๑,  ฉันทลักษณะ ๑ ฯ
       (๑)  อักขรวิธี  ว่าด้วยอักษร  จัดเป็น  ๒  คือ
              สมัญญาภิธาน  แสดงชื่ออักษรที่เป็นสระและ พยัญชนะพร้อมทั้งฐานกรณ์
              สนธิ  ต่ออักษรที่อยู่ในคำอื่น  ให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน
       (๒)  วจีวิภาค  แบ่งคำพูดออกเป็น  ๖  ส่วน  คือ
              นาม  อัพยยศัพท์  สมาส  ตัทธิต  อาขยาต  กิตก์
       (๓)  วากยสัมพันธ์  ว่าด้วยการกและประพันธ์ผูกคำพูดที่แบ่งไว้ในวจีวิภาค
              ให้เข้าเป็นประโยคเดียวกัน
       (๔)  ฉันทลักษณะ  แสดงวิธีแต่งฉันท์  คือคาถาที่เป็นวรรณพฤทธิ์
              และมาตราพฤทธิ์

๒ .  ในภาษาบาลี  มีวิธีต่อศัพท์และอักขระให้เนื่องด้วยอักขระ  เพื่อจะย่นอักขระให้
       น้อยลง  เป็นอุปการะในการแต่งฉันท์และให้คำพูดสละสลวย  เรียกว่าสนธิ ฯ
       ในสนธิการต่อมี  ๒  อย่าง  คือ  ต่อศัพท์ที่มีวิภัตติให้เนื่องด้วยศัพท์ที่มีวิภัตติ
       เหมือน  จตฺตาโร  อิเม  ต่อเข้าเป็น  จตฺตาโรเม   เป็นต้น อย่าง ๑
       ต่อบทสมาสย่ออักษรให้น้อยลง เหมือน  กต  อุปกาโร  ต่อเข้าเป็น  กโตปกาโร
       เป็นต้น  อย่าง ๑  ฯ

๓ .  แจก อาจริย ( อาจารย์ )  ด้วย  อ  การันต์ในปุงลิงค์  ดังนี้
                           เอกวจนํ                                         พหุวจนํ
                 ป.        อาจริโย                                           อาจริยา
                 ทุ.        อาจริยํ                                             อาจริเย
                 ต.        อาจริเยน                                         อาจริเยหิ  อาจริเยภิ
                 จ.        อาจริยสฺส  อาจริยาย  อาจริยตฺถํ          อาจริยานํ
               ปญฺ.       อาจริยสฺมา  อาจริยมฺหา  อาจริยา        อาจริเยหิ  อาจริเยภิ
                 ฉ.        อาจริยสฺส                                         อาจริยานํ
                 ส.         อาจริยสฺมึ  อาจริยมฺหิ  อาจริเย           อาจริเยสุ
                อา.        อาจริย                                              อาจริยา

๔ .  ศัพท์กล่าวกิริยา  คือ  ความทำ  เป็นต้นว่า  ยืน  เดิน  นั่ง  นอน  กิน  ดื่ม  ทำ  พูด
       คิด  ชื่อว่า  อาขยาต ฯ ในอาขยาตนั้นท่านประกอบด้วย  วิภัตติ  กาล  บท  วจนะ
       บุรุษ  ธาตุ  วาจก  ปัจจัย
                           วิภัตติหมวดกาลาติปัตติ  ฝ่ายปรัสบท  คือ
                                          เอก.                    พหุ.
                             ป.          สฺสา                    สฺสํสุ
                             ม.          สฺเส                    สฺสถ
                             อุ.          สฺสํ                      สฺสามฺหา  ฯ

๕ .  ข้อความว่า  " วิภัตติแห่งกิริยากิตก์นั้น  ไม่มีแผนกหนึ่งเหมือนวิภัตติอาขยาต
       ใช้วิภัตตินาม  ถ้านามศัพท์เป็นวิภัตติและวจนะอันใด  กิริยากิตก์ก็เป็นวิภัตติ
       และวจนะอันนั้นตาม "  เท่าที่ท่านอธิบายไว้อย่างนี้ ยกตัวอย่าง ( ตามแบบ ) คือ
          ภิกฺขุ  คามํ  ปิณฺฑาย  ปวิฎฺโฐ             ภิกษุเข้าไปแล้ว  สู่บ้าน  เพื่อก้อนข้าว
          เย  เกจิ  พุทธํ  สรณํ  คตา                 ( ชน  ท. )  เหล่าใดเหล่าหนึ่ง  ถึงแล้ว
                                                                 ซึ่งพระพุทธเจ้า  ว่าเป็นที่ระลึก  ซิ
          เอกํ  ปุริสํ  ฉตฺตํ  คเหตฺวา  คจฺฉนฺตํ  ปสฺสามิ     (ข้า)  เห็นซึ่งบุรุษคนหนึ่ง
                                                                               ถือซึ่งร่มไปอยู่  ฯ

๖ .  นามนามตั้งแต่  ๒ ศัพท์ขึ้นไป  ท่านย่อเข้าเป็นบทเดียวกัน  ชื่อว่าทวันทวสมาส
       มี  ๒  อย่าง   คือ    สมาหารทวันทวสมาส ๑    อสมาหารทวันทวสมาส ๑
          สมาหารทวันทวสมาส        อุ.  สมโถ  จ  วิปสฺสนา  จ  สมถวิปสฺสนํ         
                                                  สมถะด้วย  วิปสฺสนาด้วย  ชื่อสมาถะและวิปัสสนา
          อสมาหารทวันทวสมาส      อุ.  จนฺทิมา  จ  สุริโย  จ  จนฺทิมสุริยา
                                    พระจันทร์ด้วย  พระอาทิตย์ด้วย  ชื่อพระจันทร์แลพระอาทิตย์

๗ .  ในอัพยยตัทธิตมีปัจจัย  ๒  ตัวคือ ถา, ถํ  ฯ ในปัจจัยทั้ง  ๒  ตัวนั้น  มีวิธีใช้อย่างนี้
         ถา  ปัจจัย  ลงในประการ  หลังสัพพนาม  อย่างนี้  ยถา  ประการใด ,
                         ตถา  ประการนั้น , สพฺพถา  ประการทั้งปวง  เป็นต้น  ฯ
         ถํ   ปัจจัย  ลงในประการ  หลัง  กึ  และ  อิม  อย่างนี้  กถํ  ประการไร ,  อย่างไร ,
                       อิตฺถํ  ประการนี้ ,  อย่างนี้  ฯ
เฉลยปัญหา(ข้อสอบ)
ประโยค ๑ - ๒
วิชาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
อักษรสีเหลือง - ปัญหา , อักษรสีขาว - เฉลย
Free Counters
Free Counters
สถิติการเข้าชม