พร ภิรมย์ ยอดแห่งเจ้าพ่อเพลงแหล่

พร ภิรมย์ ยอดแห่งเจ้าพ่อเพลงแหล่และยังเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่โด่งดังเป็นแบบอย่างกับ
นักร้องลูกทุ่ง รุ่นหลังๆหลายต่อหลายคนนอกจาก ไพบูลย์ บุตรขันแล้ว พร ภิรมย์ เป็นอีกหนึ่ง
ที่แต่งเพลงใช้คำที่วิจิตร และมีความหมายลึกซึ้ง

พร ภิรมย์ ถือเป็นอัจฉริยะความสามารถในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง , แต่งเพลง, เล่นลิเก, พากย์หนัง, แสดงภาพยนตร์, เล่นดนตรีจีน, กลอนสด และทำขวัญนาค

ฝีมือหรือเชิงการประพันธ์นั้น เพลงของ พร ภิรมย์ มีมากมายหลายเพลง ส่วนมากจะเป็นนิทานชาดก บางเรื่องนำมาจากธรรมบท รวมถึงนิยานอิงประวัติศาสตร์อย่างสามก๊ก พร ภิรมย์สามารถแปลงเป็นเพลงแหล่ได้อย่างน่าฟัง

ผลงานของ พร ภิรมย์ที่ร้องเอง แต่งเองมีประมาณ 500 เพลง ได้แก่ ดาวลูกไก่ , บัวตูมบัวบาน, จำใจจาก, น้ำตาลาไทร, เห่ฉิมพลี, วังแม่ลูกอ่อน , ไม้หลักปักเลน เป็นต้น

ชื่อจริง บุญสม มีสมวงษ์ เริ่มต้นเข้าวงการลิเกมาก่อน ต่อมาได้เป็นนักร้องวงจุฬารัตน์ บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรก คือ ลานรักลานเท เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้รู้จักทั่วประเทศ คือ เพลงบัวตูมบัวบาน

ผลงานเพลงลูกทุ่งของ หลวงพ่อพร ภิรมย์ อันทรงคุณค่ามากมาย เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม............
ปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดรัตนชัย หรีอวัดจีน จ.อยุธยา

ชื่อศิลปิน  พร ภิรมย์

แหล่ประวัติองคุลีมาล
ตำนานรอยพระพุทธบาท
เห่ฉิมพลี
แหล่นิทานอีสป

เพลงแหล่ชุดดาวลูกไก่

เพลงแหล่ ดาวลูกไก่ โดย พร ภิรมย์ ภาคหนึ่ง


โอ้ชีวิตคิดไฉน.............................ว่าใครหนอใครลิขิต
ปกาศิตของศิวะ...........................หรือของพระพรหมเจ้า
ว่าต่างกำเนิดเกิดมา........................พอลืมตามองโลก
บ้างมีโชคบ้างอับโชค...................มีสุขโศกปนเศร้า
จอมนราพิสุทธ๋........................ท่านสอนพุทธบริษัท
เป็นธรรมะปรมัติ.......................อ้างถึงอำนาจกรรมเก่า
ว่ากุศลาธรรมา...........................มนุษย์เกิดมามีสุข
อกุศลาพาให้ทุกข์.......................ดั่งไฟที่ลุกรุมเร้า
บ้างกึ่งดีกึ่งชั่ว...........................เพราะตัวของตัวมัววุ่น
สร้างทั้งบุญทั้งบาป.....................เหมือนดำที่ฉาบด้วยขาว
ผมมิใช่บัณฑิต...........................อันมีจิตสิเน่หา
ที่จะเป็นนักเทศนา...................มาเจรจายั่วเย้า
จึงตั้งศรัทธาสาธก.....................เรื่องยาจกยากจน
มีตากับยายสองคน....................ปลูกบ้านอยู่บนเชิงเขา
แกเลี้ยงแม่ไก่อู.........................มีลูกอยู่เจ็ดตัว
เช้าก็ออกไปริมรั้ว....................จิกกินเม็ดถั่วเม็ดข้าว
เวลามีเหยี่ยวเฉี่ยวโฉบ.............นางแม่จะโอบปีกอุ้ม
กางสองปีกออกคลุม.................พาลูกทั้งกลุ่มเข้าเล้า
แม่ไก่จะปลอบขวัญลูก..............เสียงกรุ๊กกรุ๊กปลุกขวัญ
ลูกตอบเจี๊ยบๆเสียงลั่น.............ทั้งๆที่ขวัญเขย่า
แล้วเขี่ยข้าวออกเผื่อ................ต่างคุ้ยเหยื่อออกให้
ลูกไก่แม่ไก่ไร้ทุกข์ .................สิไม่มีสุขใดเท่า
ถึงคราวจะสิ้นชีวิต...................เมื่อใกล้อาทิตย์อัสดง
ยังมีภิกษุหนึ่งองค์........................เดินออกจากดงชายเขา
ธุดงค์เดี่ยวด้นดั้น....................เห็นสายันห์สมัย
หยุดกางกลดพลันทันใด...........หลังบ้านตายายผู้เฒ่า
อยากรู้เรื่องต่อก็ต้อง................เปิดหน้าสองฟังเอา

สถิติการเข้าชม


สุ่มเลือกเพลง
เล่น
ดาวลูกไก่ ๑
ดาวลูกไก่ ๒
ริมไกรลาศ ๑
ริมไกรลาศ ๒
วังแม่ลูกอ่อน ๑
วังแม่ลูกอ่อน ๒
ดาวจระเข้ ๑
ดาวจระเข้ ๒
เศรษฐีอนาถา ๑
เศรษฐีอนาถา ๒

เพลงแหล่ ดาวลูกไก่ โดย พร ภิรมย์ ภาคสอง

พระธุดงค์ลงกรด..................ตะวันก็หมดแสงส่อง
อาศัยโคมทองจันทรา...............ที่ลอยขึ้นมายอดเขา
ฝ่ายว่าสองยายตา....................เกิดศรัทธาสงสาร
พระผู้ภิกขาจาร......................จะขาดอาหารมื้อเช้า
...ดงกันดารย่านนี้...................หรือก็ไม่มีบ้านอื่น
ข้าวจะกล้ำน้ำจะกลืน...............จะมีใครยื่นให้เล่า
พวกฟักแฟงแตงกวา...............ของเราก็มาตายหมด
นึกสงสารพระจะอด................ทั้งสองกำสลดโศรกเศร้า
สักครู่หนึ่งตาจึงเอ่ย.................นี่แน่ะยายเอ๋ยตอนแจ้ง
ต้องเชือดแม่ไก่แล้วแกง..........ฝ่ายยายไม่แย้งตาเฒ่า
ส่วนแม่ไก่ได้ยิน.....................น้ำตารินหลั่งไหล
ครั้นจะรีบหนีไป....................คงต้องตายเปล่าเปล่า
อนิจจาแม่ไก่...........................ยังมีน้ำใจรู้คุณ
ที่ยายตาการุณ.....................คิดแทนคุณเม็ดข้าว
น้ำตาไหลเรียกลูก..................เข้ามาซุกซอกอก
น้ำตาแแม่ไก่ไหลตก.................ในหัวอกปวดร้าว
อ้าปากออกบอกลูก................แม่ต้องถูกตาเชือด
คอยดูนะเลือดแม่ไหล..............พรุ่งนี้ต้องตายจากเจ้า
มาเถิดลูกมาซุกอก................ให้แม่กกก่อนตาย
แม่ขอกกเป็นครั้งสุดท้าย........แม่ต้องตายตอนเช้า
อย่าทะเลาะเบาะแว้ง............อย่าขัดแย้งเหยียดหยัน
จงรู้จักรักกัน.........................อย่าผลุนผลันสะเพร่า
เจ้าตัวใหญ่สายสวาท..............อย่าเกรี้ยวกราดน้องๆ
จงปกครองดูแล.....................ให้เหมือนดังแม่เลี้ยงเจ้า
น่าสงสารแม่ไก่......................น้ำตาไหลสอนลูก
เช้าก็ถูกตาเชือด...................ต้องหลั่งเลือดนองเล้า
ส่วนลูกไก่ทั้งเจ็ด...................เหมือนถูกเด็ดดวงใจ
พากันโดดเข้ากองไฟ.........ตายตามแม่ไก่ดังกล่าว
ด้วยอานิสงส์ใจประเสริฐ.........ลูกไก่ไปเกิดเป็นดาว